วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การบ้านภษาไทยเรื่อง การวิจารณ์นวนิยาย


วิจารณ์ นวนิยาย เรื่อง เหลื่อมไหม ลายเหมย
เรื่อง เหลื่อมไหม ลายเหมย
แต่งโดย ประภัสสร เสวิกุล


















แก่นเรื่อง 
              เรื่อง เหลื่อมไหม ลายเหมย เป็นเรื่องราวที่ผู้เขียนให้ผู้อ่านเกิดจิตนาการและเกิดความรู้สึก           ทำให้ผู้อ่านมีความประทับใจมาก        ที่ผู้เขียนมีการเรียบเรียงขั้นตอนการเขียนเป็นอย่างดี   ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ผู้อ่าน เกิดความรู้สึกว่า ความหวังทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวของคุณเอง และกำลังใจของคุณเอง ถ้าคุณไม่แพ้ ไม่สามารถเอาชนะคุณได้ การยอมจำนนแต่ต้นมือก็คือการหมดโอกาสที่จะต่อสู้และเมื่อคุณไม่สู้ ก็ไม่มีทางที่จะแก้มือใครได้ทั้งนั้นซึ่งผู้เขียนยังแฝงคติต่างๆในเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ผู้ที่อ่านเรื่องเกิดความประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบ
โครงเรื่อง
เรื่องเหลื่อมไหม ลายเหมย
               สาเหตุของละครเรื่องนี้คือ ผลสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากซึ่งเหตุที่ทำให้ พิชิต บุญชัยสมเกียรติ มีความเปลี่ยนแปลงชีวิต พิชิตจากผู้ที่เป็นราชการชั้นโทและผู้ที่หยิ่งในศักดิ์ศรีต้องมากลายเป็นคนขับรถเนื่องจากผลของสงครามทำให้บ้านและทรัพย์สินเสียหายจนไม่เหลือชิ้นดีต้องประสบความลำบากกับน้องสาว บุญชัยต้องกอบกู้กิจการของตัวเองใหม่และยังต้องพบกับโจรร้ายเรียกค่าไถ่ที่ลักพาตัวพ่อแม่ของเขาทำให้เกิดการต่อสู้กันทำให้เป็นเพื่อนของเขาต้องตาย สมเกียรตินักการพนันที่กลับตัวกับใจเพราะมาจากตาเฒ่าไม้เท้าเหล็กและอาแปะอ้วนจนทำให้สมเกียรติประสบความสำเร็จและร่ำรวย
                และตอนท้ายเรื่องก็ยังเป็นเหตุให้บุญชัยและสมเกียรติต้องตอบแทนบุญคุณที่พิชิตเคยช่วยเหลือไว้ โดยช่วยเหลือพิชิตและน้องสาวให้พ้นการการโดนยึดบ้านจากเจ้าหนีโดยการเล่นพนันแต่ไม่สำเร็จ เป็นเหตุทำให้น้องสาวของพิชิตต้องเอาตัวเขาแลกในการไถ่หนีเพราะคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำพี่ชายของตนต้องไปกู้เงินมารักษาตนเอง

ตัวละคร
ตัวละครเอก
. พิชิต เชี่ยวชายชัย อดีตราชการชั้นโท ผู้หวงแหนเกียรติยศเกียรติศักดิ์ เชื่อมั่นในตัวสูง ศรัทธาความทะนงตัวในศักดิ์ของตัวเอง เช่น
                งานเสมียน ร้านขายของชำของคนจีนพิชิตทวนคอ และขำขื่น เสียแรงงเป็นถึงข้าราชการชั้นโท ได้ทุนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น แต่ต้องมาเป็นเสมียนบัญชีรายรับ-รายจ่าย อย่างนั้นหรือ..................................
.............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ค่ะหล่อนรับคำและก้มหน้าซ่อนความรู้สึกเสียใจและผิดหวัง หน้า (๘๑)
.บุญชัย คล่องการค้า  ซึ่งมุ่งมั่นจะกอบกู้กิจการค้า และชื่อเสียงของบิดา ขยันขันแข็งในการสร้าง เอี่ยวไช้ กลับคืนมา เช่น
เราน่าจะมาถูกทางแล้วชายหนุ่มบอกกับตัวเอง แต่ถ้าทำงานให้หนักกว่านี้ก็น่าจะสามารถฟื้นฟู เอี่ยวไช้รวดเร็วขึ้นด้วย.................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ถ้าพ่อยังอยู่และรู้ว่ารู้กำลังทำอะไรอยู่ พ่อคงจะดีใจ (หน้า ๑๒๑-๑๒๒)
.สมเกียรติ (อาตู้) นักเลงการพนันที่กลับตัวกลับใจเป็นคนดี เช่น
ถ้าลื้อไม่มีเมตตาต่อมัน...........................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ไปหาอะไรกินดีกว่า ปล่อยให้เจ้าของร้านเขาดูแลไปคนเดียวไปแล้วกันหน้า (๒๑๓)
ตัวละครย่อย
๑.พิจิตรา ผู้มีความเมตตาและกตัญญูต่อพี่ชายของตน
๒.วิยะดา พะยางยอม ลูกสาวเศรษฐี รักความยุติธรรมและเชื่อมั่นในการกระทำของพิชิต
๓.วิไล สาวร่าเริงจิตใจอ่อนหวาน
๔.อาแปะ (ผู้เฒ่าไม้เท้าเหล็ก) ที่มีความเมตตา และผู้ที่สั่งสอนให้แก่อาตู้
๕.อาแปะอ้วน เจ้าของแผงขายก๋วยเตี๋ยวเก่า ที่มีความเมตตาปาณีแก่ตู้
๕.วิเชียร พะยางยอม เศรษฐีใหม่ ผู้ทะนงตนในความร่ำรวย
๖.สุมาลี สาวน้อยแสนน่ารักเธอเป็นเพื่อนกับพิจิตรา
๗.สุพรรณี (ต้อม)สาวน้อยผู่อ่อนหวานและเรียบร้อย
๘.ร.อ. มารุต นายทหารที่มีความมั่นใจ
 ๙.ร.ท.ชัยชนะ นายทหารที่เป็นเพื่อนรักของ ร.อ. มารุต
 ๑๐อนุรี หญิงสาวที่มั่นในรักแท้
๑๑.วันทนี (เอ๋) หญิงสาวที่แสนขยันและมีน้ำใจไมตรี
๑๒.ร.ต.ท.ฉัตร เป็นามีของวิไล
๑๓.เถ้าแก่ปิง ผู้ปล่อยเงินกู้ให้กับพิชิต
๑๔.ป้าฉิน อดีตแม่ค้าขายขนมกุยช่าย


ฉากและบรรยากาศ
เรื่อง เหลื่อมไหม ลายเหมย นั้นฉากและบรรยากาศผู้เขียนสามารถเขียนให้ผู้อ่านเกิดการจิตนาการอย่างชัดเจนเช่น
ฉากที่สงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบลง
เรือเดิมสมุทรเคลื่อนลำเข้าสู้ปากน้ำเจ้าพระยาช้าๆตามเรือยนต์ที่นำร่อง แสงของยามสายขับองค์     พระเจดีย์บนเกาะเล็กๆ กลางน้ำ ดูงามจับตา และให้ความรู้สึกอันอบอุ่นในจิตใจของผู้ที่ห่างไกลบ้านเกิดเป็นเวลานานหมู่นกนางนวลบินวนอยู่รอบๆคล้ายจะทักทายผู้คนในเรือ และบางตัวที่คุ้นกับคนก็จะถาลงมาจับตาขอบเรือเพื่อมองหาของที่พอจะกิน หน้า ๑๙
                เป็นการพรรณนาให้เกิดความรู้ของคนที่ไกลบ้านที่มองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาน จึงเป็นการพรรณนาที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นได้ดี
ฉากบรรยายบ้านนของพิชิต เชี่ยวชาญชัย
บ้านเชี่ยว ชาญชัย ที่ถนนสาทร เป็นเรือนไม้สองชั้นหลังใหญ่ ที่ปลูกสร้างด้วยในแบบโคโลเนียล ซึ่งพระวิชิตชาญชัย อดีตข้าหลวงหลายจังหวัดทางภาคอีสาน ผู้เป็นบิดาของพิชิตได้ชื้อต่อมาจากสหายชาวฝรั่งเศส ตั้งแต่ปลายรัชกาลที่หก เดิมได้ชื่อว่าเป็นเรือนที่มีความงดงามหลังหนึ่งบนสายนี้ แต่สภาพที่ปรากฏแก่สายตาในเวลานี้ ทำในทายาทคนเดียวของพระวิชิตฯที่จากบ้านมาหลายปี ต้องนิ่งงันไปหน้า ๒๐
เป็นการบรรยายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นผลของสงคราม จึงทำให้ผู้อ่านจิตนาการได้ง่ายและไม่สับซ้อน 
บทสนทนา
เรื่อง เหลื่อมไหม ลายไหม เป็นบทสนทนากันเป็นฉากๆ โดยใช้ภาษาที่ใช้ก็แล้วแต่ฐานะของตัวละครนั้นๆใช้ในการพูดคุย บทสนทนาบางบทก็มีการแทรกกลอนไว้ให้ผู้อ่านคิด
เช่น

ตอนพิจิตราพูดกับสมเกียรติ

ผมคงจะไม่รู้จักคุณพิชิตดีเท่ากับคุณ................................................................................... ....................................................................................................................................................................ชดใช้ในทันทีที่ทำได้
คุณเป็นคนซื่อสัตย์หล่อนชมเชย .........................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................และท่องโคลงบทนั้นให้เขาฟัง
                    ชายหาญเห็นได้เมื่อ            ......................
...........................                     ......................
..........................                      ......................
.........................                       เมื่อไข้ไร้สิน
                                                                        (หน้า ๓๒๐)
เป็นการยกตัวอย่างบทกลอนให้ผู้อ่านเกิดความคิด ซึ่งเหมาะสมเพราะเป็นการช่วยให้มีการเพิ่มรสชาติการอ่านได้ยิ่งขึ้น
พิจิตราสนทนากับสุมาลีเพื่อนของเธอ
มีเรื่องอะไรพิเศษหรือเปล่าสุมาลีวัดชายผ้าที่เหลืออยู่ในพับ และบอกให้ลูกจ้างจดลงในสมุดปกอ่อน
ไม่เชิงพิจิตรา เดี่ยวค่อยคุยกันก็ได้
“....................................................’
ที่ฉันมาหาเธอก็เพื่อจะพูดเรื่องนี้เหมือนกัน”   (หน้า ๘๓)
เป็นคำพูดที่เหมาะสมเพราะตัวละครนั้นมีฐานะเท่ากันมักจะใช้คำที่เป็นกันเอง
กลวิธีการแต่ง
เหลื่อมไหม ลายเหมย มีกลวิธีในการแต่งโดยใช้เขียนบรรยายฉากก่อนและบรรยายตัวละครตามเช่น
แดดหลังฝนเล็มรวงรุ้งมาคุ้งฟ้า ................................................................................................
..............................................................................................................................................
................................................................................................................................................                                  .................................................ซึ่งยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย(หน้า๑)
การดำเนินเรื่อง
เรื่องเหลื่อมไหม ลายเหมย ดำเนินเรื่องโดยใช้ส่วนประกอบแต่ละส่วนในเรื่องที่แยกออกจากกันมาเรียงต่อเนื่องสัมพันธ์กัน โดยเป็นการเล่าเหตุการณ์สลับกันจะทำให้เรื่องน่าติดตามอยู่ทุกตอน ผู้เขียนอาจเล่าเรื่องโดยพรรณนาความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัวทำให้จิตนาการง่ายและเข้าใจอย่างชัดขึ้น และในเนื้อเรื่องอาจมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้อ่านนั้นน่าติดตามยิ่งขึ้น ซึ่งเนื้อเรื่องนี้มักจะมีจุดขัดแย้งที่ทำให้ผู้อ่านนั้นเกิดความสงสัยจึงทำผู้อ่านต้องอ่านเพื่อให้คลายความสงสัย  ผู้เขียนอาจจะเขียนเพื่อให้ผู้อ่านติดตามจนถึงจุดสุดยอดของเรื่อง
การเปิดเรื่อง
            เรื่องนี้เปิดเรื่องโดยพรรณนาสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้อ่านมีความเพลิดเพลินรวมถึงการบรรยายสภาพสถานที่ต่างๆผู้อ่านจึงเข้าใจง่ายเป็นการเปิดเรื่องที่ดีและสามารถดำเนินเรื่องได้เป็นขั้นตอนตัวอย่างเช่น
แดดหลังฝนเล็มรวงรุ้งมาคุ้งฟ้า ................................................................................................
..............................................................................................................................................
................................................................................................................................................                                  .................................................ซึ่งยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย(หน้า๑)
การปิดเรื่อง
            เรื่อง เหลื่อมไหม ลายเหมย เป็นการปิดเรื่องเป็นอย่างดี อ่านแล้วเกิดความสุขและเป็นการให้แง่คิดในเรื่องคือ  ความหวังทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเองของคุณเอง และกำลังใจของคุณเอง ถ้าคุณไม่แพ้ ไม่สามารถเอาชนะคุณได้ การยอมจำนนแต่จำนนแต่ต้นมือก็คือการหมดโอกาสที่จะต่อสู้และเมื่อคุณไม่สู้ ก็ไม่มีทางที่จะแก้มือใครได้ทั้งนั้นจึงเห็นความสำคัญของตัวละครมากยิ่งขึ้นจึงเป็นการปิดเรื่องที่เหมาะสมและจบเรื่องได้ดี





ขอขอบพระคุณ : หนังสือ เรื่องเหลื่อมไหม ลายเหมย มาจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยเกริก

ข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีนิเทศศาสตร์

    หนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกของไทญมีชื่อว่าอะไรและมีการตีพิมพ์ในปีอะไร (ไม่ใช่ของคนไทย)

       


  การพิมพ์หนังสือได้เข้าสู่ประเทศเป็นครั้งแรก โดย หมอสอนสสนาชาวอเมริกันมาตั้งโรงพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยใช้ตัวพิมพ์อักษรไทยในปี พ.ศ. 2379 ในขั้นต้นยังต้องส่งตัวพิมพ์อักษรหล่อไปยังต่างประเทศต่อมาในปี พ.ศ. 2384 จึงหล่อตัวพิมพ์อักษรไทยขึ้นมาได้เองในประเทศไทย
       
        การพิมพ์หนังสือเมื่อครั้งรัชกาลที่ 3 นั้น ส่วนมากใช้พิมพ์หนังสือสอนสาสนาคริสต์เป็นพื้นเอกสารของรัฐบาลที่พิมพ์ออก เป็นครั้งแรก คือ ประกาศเรื่องห้ามสูบฝิ่นและนำฝิ่นเข้าประเทศไทยใน พ.ศ. 2382 เป็นใบปลิว 9,000 ฉบับ และในรัชกาลที่ 3 นี้เองหมอบรัดเลย์ได้ พิมพ์หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย ขึ้นมามีชื่อว่า บางกอก รีคอล์เดอร์ (Bangkok Recorder)


      


ภาพยนต์เรื่องแรกของไทยมีชื่อว่าอะไร และออกฉ่ายเมื่อใด


นางสาว เสงี่ยม นาวีเสถียร นางรำ  , นายเกล้าหาญ พระเอกและหลวงภรตกรมมโกศล(มงคล สุนนัฎ) สมุหบัญชี


                                        ในปี ๒๔๖๖ ครั้งรัชกาลที่ ๖ ชาวสยามพากันตื่นเต้นและยินดี เมื่อมีคณะฝรั่งนักสร้างภาพยนตร์มืออาชีพจากฮอลลีวู้ดสหรัฐอเมริกา เดินทางเข้ามาสยามเพื่อจัดสร้างภาพยนตร์ชนิดเรื่องบันเทิง โดยใช้เรื่องราวของชาวสยามและใช้คนไทยเป็นตัวแสดง
คณะฝรั่งจากฮอลลีวู๊ดนี้มี นายเฮนรี เอ. แมคเร (Henry A.Macrae) เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งผู้อำนวยการสร้าง ผู้เขียนเรื่อง และผู้กำกับการแสดง นายแมคเรได้ติดต่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถ่ายภาพยนตร์ในสยาม ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ มีพระบรมราชานุญาต ทั้งยังโปรดเกล้าฯให้กรมรถไฟหลวง และกรมมหรสพ ร่วมงานกับนายแมคเรด้วย โดยกรมรถไฟหลวงช่วยอำนวยความสะดวกในการหาสถานที่ถ่ายทำ การเดินทางและขนส่ง การล้างและสำเนาฟิล์มภาพยนตร์ ส่วนกรมมหรสพร่วมมือด้านผู้แสดงดังนี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นการร่วมมือสร้างระหว่างสองชาติ
นายแมคเรได้แต่งเรื่องสำหรับทำภาพยนตร์ขึ้น ให้ชื่อว่า นางสาวสุวรรณเป็นเรื่องอย่างนิยายความรักของหนุ่มสาวชาวสยามในสมัยนั้น
ผู้แสดงสำคัญในภาพยนตร์ซึ่งนายแมคเรคัดเลือกได้จากข้าราชการในกรมทหรสพหลวง ได้แก่ นางสาวเสงี่ยม นาวีเสถียร นางรำ แสดงเป็นนางสาวสุวรรณ นางเอก ขุนรามภรตศาสตร์ (ยม มงคลนัฏ) ตัวโขนพระราม แสดงเป็น นายกล้าหาญ พระเอกและหลวงภรตกรมมโกศล (มงคล สุมนนัฏ) สมุหบาญชี แสดงเป็นนายก่องแก้ว ตัวโกง
จุดประสงค์ของนายแมคเร นอกจากแสดงเรื่องราวความรักอย่างนิยายของหนุ่มสาวชาวสยามแล้ว เขายังต้องการแสดงให้สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสยาม ขนมธรรมเนียมประเพณี สภาพบ้านเมือง ความงดงามของพระราชวังและวัด ความเจริญแบบสมัยใหม่ในกรุงเทพ สถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศ ชายทะเลหัวเมือง และทรัพยากรป่าไม้เมืองในภาคเหนือ
สถานที่ถ่ายทำ นอกจากในกรุงเทพแล้ว ยังได้ยกคณะไปถ่ายทำที่หัวหิน เพื่ออวดสถานที่ตากอากาศชายทะเลลือชื่อของสยาม และเดินทางขึ้นไปถึงเชียงใหม่ เพื่ออวดฉากการทำป่าไม้
เมื่อการถ่ายทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว นายแมคเรได้นำขึ้นน้อมเกล้าฯ ฉายถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าฯ ทอดพระเนตร และได้มอบกรรมสิทธิ์ฟิล์มภาพยนตร์สำเนาหนึ่งแก่กรมรถไฟหลวง สำหรับฉายในประเทศสยาม
กรมรถไฟหลวงได้นำออกฉายสู่สาธรณชนครั้งแรกในกรุงเทพ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๔๖๖ ท่ามกลางความตื่นเต้นยินดีของชาวสยามที่จะได้ชมภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก
ในปี ๒๔๖๘ ฝรั่งคณะสร้างภาพยนตร์จากฮอลลีวู้ดสหรัฐอเมริการอีกคณะหนึ่ง ได้เดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในสยาม โดยใช้ชาวสยามแสดงและถ่ายทำในสยามตลอดเรื่องคือภาพยนตร์เรื่อง ช้างผูกเรื่องและจัดฉากแสดงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชาวบ้านป่าครอบครัวหนึ่งในภาคเหนือของสยาม ซึ่งต้องบุกเบิกหักร้างถางพงเพื่อทำนาและต้องต่อสู้กับเสือที่มารบกวนสัตว์เลี้ยง ชาวบ้านได้ทำกับดักเสือ แต่ดักได้ลูกช้างต่อมาโขลงช้างป่าบุกเข้ามาช่วยลูกและพังหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงช่วยกันสร้างเพนียดและจับช้างป่ามาฝึกจนใช้งานได้
ภายนตร์เรื่อง ช้างเข้ามาฉายในสยามครั้งแรกในปี ๒๔๗๑ ซึ่งเวลานั้น คนไทยเราได้สร้างภาพยนตร์เรื่องบันเทิงเพื่อการค้าออกมาฉายหลายเรื่อง จึงไม่มีใครตื่นเต้นและนับถือภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ไทยอีก
 


  ภายตร์ไทยเรื่องแรกที่สร้างโดยคนไทยมีชื่อว่าอะไรและออกฉายเมื่อใดโชคสองชั้น  และออกฉายที่โรงภาพยนต์ พัฒนากร



              เมื่อ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2470 ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับมากจนบางส่วนไม่สามารถเข้าชมได้  มากกว่า คนที่ชม นางสาวสุวรรณ









ขอขอบคุณภาพสวยๆ
www.oknation.net
www.trueplookpanya.com